[SF] Blind&Shine : 4 {TOPGD}
posted on 25 Oct 2009 16:26 by vi-zeetrue in FICTION
Title : Blind & Shine
Author : ZeeTrue
Pairing : T.O.P x GD
Rate : PG-13
Chapter : 4
Note : ดูก่อนอ่าน หรืออ่านก่อนดู หรือไม่ดูก็ได้นะ ไม่ว่ากัน แต่อยากให้ดูนะ XD
..แต่เราบอกเลิกซึงฮยอนไปแล้ว
นั่นแหละประเด็นสำคัญ ก็ถูกแล้วที่ซึงฮยอนไม่มาหา ไม่มาเจอหน้า ไม่เคยมาให้เห็น แล้วนี่จียงยังจะต้องการอะไรจากหมอนั่นอีกกันนะ
ไม่ต้องการอะไร ไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น แค่..แค่อยากเห็นหน้าอีกสักครั้ง เฮ้ จียงออกจากโรงพยาบาลแล้วนะ หมอนั่นรู้ข่าวรึเปล่า อยากกอดซึงฮยอนจะตายอยู่แล้ว แต่ก็คงทำไม่ได้ เพราะเขาเองที่เป็นคนบอกเลิก ฉะนั้นตอนนี้เขาจะกอดหมอนั่นไม่ได้ จูบ..ก็ไม่ได้ เขาเรียกร้องอะไรคืนมาไม่ได้เลยสักอย่าง แต่มันก็ดีแล้วใช่มั้ยสิ่งที่จียงทำ ปล่อยให้ซึงฮยอนไปน่ะดีกับตัวหมอนั่นที่สุดแล้ว
ส่วนเขา ก็..ร้องไห้
"จียง มึง..." ยองเบที่เดินออกมาหลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จแทบผงะ เมื่อเห็นกระเป๋าสตางค์ตัวเองอยู่ในมือขวาเพื่อน ส่วนอีกข้างนั่น.. "มึงเป็นไรมากมั้ยเนี่ย ร้องไห้ทำไม"
"ทำไมไม่บอกกู"
"คือกู...."
"กูเสียซึงฮยอนไปแล้ว ยังจะให้กูเสียความทรงจำดีๆไปอีกเหรอ ทำไมมึงทำกับกูแบบนี้ยองเบ"
"......"
"ถ้ากูไม่เห็นรูป ถ้ากูไม่จำได้เอง กูจะได้รู้มั้ยว่าเคยมีคนชื่อชเวซึงฮยอนอยู่ในชีวิตกู"
"ก็เพราะถ้าบอกไปมึงก็จะเป็นแบบนี้ กูถึงเลือกที่จะไม่พูด"
"มึงใจร้าย ยองเบ.. มึงใจร้าย ที่สุด" ส่งสายตาตัดพ้อทั้งที่น้ำใสยังคลอหน่วย ดีแล้วที่ใส่แว่นเอาไว้ ดีแล้วล่ะ หวังว่ามันจะเก็บน้ำตาเขาไว้ได้มากและนานพอที่เขาจะเลิกร้องไห้ได้นะ
"ทำไมกูทรมานแบบนี้"
"มึงต่างหากที่ใจร้าย" ตัดใจพูดออกไปให้มันรู้เรื่อง มันจะได้รู้ตัวสักที "มึงบอกเลิกมัน มึงทิ้งมัน"
"กูทำถูกแล้ว"
"เออ แล้วมึงจะร้องไห้ทำไม"
กูแค่..
"เลิกกันไปแล้วมึงจะสนใจมันทำไม มันจะเป็นยังไงก็เรื่องของมัน แม้ว่ามันจะรักมึงมาก มากกว่าที่ตัวมึงจะรู้ แต่เพราะมึงคิดไปเองทุกอย่าง แค่มึงฟังเรื่องโง่ๆจากคนอื่นมามึงก็ตัดสินใจเองทั้งหมด มึงไม่นึกถึงใจมันเลยด้วยซ้ำ"
นี่มันที่สาธารณะ แต่ทำไมจียงถึงร้องไห้ได้อย่างไม่อายแบบนี้กัน
"แล้วจะให้กูทำยังไง กูมีความสุขในขณะที่ซึงฮยอนเจียนตาย จะให้กูทนคบต่อไปได้ยังไง"
"กูพูดอะไรก็คงไม่ทำให้มึงเข้าใจซึงฮยอนเลยสินะ"
"....."
"งั้นมึงฟังกูดีๆ" ยองเบกลั้นใจชั่วครู่ ถ้าสิ่งที่เขากำลังจะทำมันผิดสัญญาบางอย่างที่ให้ไว้กับซึงฮยอน ...ก็คงต้องขอโทษมันด้วย "ซึงฮยอน รักมึงมาก มากขนาดที่..."
"มันทำให้มึงได้มองเห็นท้องฟ้าอีกครั้ง"
.
.
.
โกหก
รางวัลออสการ์ประจำปียกให้ยองเบมันไปเลย ให้มันไปโดยไม่ต้องมีข้อโต้แย้งใดๆทั้งสิ้น ให้มันไปเถอะ.. จียงจะได้เชื่ออย่างสนิทใจสักทีว่าที่มันพูดมาทั้งหมด คือเรื่องโกหก
อย่าเป็นเรื่องจริงเลยนะ
แยกเดินกับยองเบมาได้นานสักพักแล้ว และยังเดินต่อไปอย่างไร้จุดหมาย ร่างผอมบางของจียงยังคงเคลื่อนไปอย่างเฉื่อยชา แม้จะเดินชนคนที่ตัวใหญ่กว่าก็ไม่รู้สึกอะไรสักนิด หรือแม้แต่ตอนที่เกล็ดหิมะในช่วงใกล้หมดหน้าหนาวร่วงใส่ที่ต้นแขนก็ยังไม่รู้สึก ไม่ร้อน ไม่หนาว ไม่เจ็บ ทุกอย่างว่างเปล่าจนตัวเองยังใจหาย
แต่ถ้ามันเป็นเรื่องจริงล่ะ ถ้ายองเบมันพูดจริง แล้วซึงฮยอนตอนนี้...จะเป็นยังไง ในเมื่อดวงตาของหมอนั่นอยู่ที่เขา ไม่เอา ไม่อยากจะคิด มันไม่มีทางเป็นไปได้ แม้ซึงฮยอนจะใจดี แต่ก็ไม่โง่ขนาดที่จะยอมให้ตัวเองตาบอด เพื่อเขา ที่เป็นคนบอกเลิก
โฮ่ง!
"เฮ้ย ปล่อยนะ!"
โฮ่ง!
แทบเสียหลักล้มเมื่อสุนัขเซ็นเบอร์นาดสีดำตัวใหญ่วิ่งปรี่เข้ามาหาจียงอย่างรวดเร็ว เขี้ยวขาววับของมันคว้าหมับเข้าเสื้อแจ็กเก็ตหนังดำขลับที่เขาถือไว้กับมือ ยื้อจนสุดแรงแต่ก็เปล่าประโยชน์ โดนเจ้าหมานั่นดึงไปได้สำเร็จและวิ่งอ้าวหนีไปแล้ว มันจะไม่เป็นอะไรเลยถ้าในกระเป๋าเสื้อไม่ได้มีมือถือกับกระเป๋าสตางค์เขาอยู่ในนั้นด้วย จียงหน้าซีดเผือด ขยับแว่นตาที่สวมปิดเกือบครึ่งหน้าแล้ววิ่งตามเจ้ายักษ์สีดำนั่นไปติดๆ
วิ่งจนหอบ วิ่งจนแทบไม่มีแรงไปต่อ หยุดยืนข้างต้นไม้ใหญ่สักพักแล้วมองหน้าไอ้หมาขี้ขโมยนั่นต่อไป แต่แล้วก็ต้องหลับตาแน่นอย่างช่วยไม่ได้
"บ้าชะมัด"
จียงแสบตาอีกแล้ว
ไหนจะร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง ขยี้ตา แล้ววิ่งผ่านอากาศเย็นๆ แห้งๆ แบบนี้ ต่อให้ใส่แว่นยังไงก็ไม่ได้ช่วยอะไรอยู่ดี แถมตอนนี้ยังไม่มีอะไรติดตัวเลยอีกต่างหาก เวลานี้ทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากย่อตัวลงนั่งยองๆและหลับตาที่ถูกเจ้าของใช้งานอย่างหนักอยู่พักใหญ่ คิดว่าคงหาไอ้หมานั่นไม่เจอแล้ว ก็คงต้องโบกแท็กซี่กลับบ้าน แต่เฮ้อ.. เงินเขา มือถือเขาอีกล่ะ ให้ตายสิ
ลืมตาได้อีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นยืน ยีหัวตัวเองอย่างอารมณ์เสีย วันนี้มันวันวินาศสันตโรอะไรกันเนี่ย
โฮ่ง!
"ไอ้ซูโม่! นี่แกไปคว้าของของใครมาอีกล่ะเนี่ย"
ใช่ นี่มันวันอะไรกัน..
"อยากให้ฉันโดนตำรวจจับรึไง"
โฮ่ง! งิ้ง
"ถ้าฉันโดนจับแล้วใครจะเลี้ยงแกเล่า อยากกลับไปอยู่ที่ศูนย์อีกรึไง ฉันเลี้ยงไม่ดีเหรอ"
เจ้าของสุนัขเซ็นเบอร์นาดสีดำตัวใหญ่จับและคลำไปมาบนเสื้อหนังที่ไอ้ตัวดีไปฉกของใครก็ไม่รู้มาวางบนตัก เทjานั้นไม่พอยังเอาเท้ายักษ์ๆ นั่นมาสะกิดขาเขาจนเจ็บไปหมด ในนี้มี..โทรศัพท์มือถือ! ใช่เลย.. แล้วก็กระเป๋าสตางค์ด้วย! หนอย ไอ้ซูโม่ ร้ายกาจเกินไปแล้ว นี่มันอยากให้เขาติดคุกจริงๆ เหรอเนี่ย
"แล้วแบบนี้เจ้าของจะทำยังไงเล่า แกนี่มันดื้อไอ้ซูโม่ สอนเท่าไหร่ก็ไม่จำ เอาไปคืนเจ้าของเดี๋ยวนี้เลย"
งิ้ง
"อยากอดข้าวรึไง แสนรู้เกินควรจนไปคว้าของของเขามาได้ก็ต้องคาบไปคืนสิ เดี๋ยวนี้เลย!"
โฮ่ง!
ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อ ไอ้ตัวการที่หาเรื่องมาให้ปวดขมับก็วิ่งฉิวไปไหนแล้วก็ไม่รู้ แต่ไม่ได้คาบเสื้อที่อยู่บนตักเขาไปด้วย.. แย่จริงๆ สงสัยเขาคงต้องเลิกลูบหัวแล้วทำท่าใจดีเวลามันทำผิดซะแล้วล่ะ ไม่งั้นซูโม่กลายเป็นหมานิสัยเสียพอดีเพราะเจ้านายทำเสียหมาซะเอง
"นั่นเสื้อแจ็กเก็ตฉัน"
"อะ..อ้อ ของคุณเองเหรอ เอ่อ มิน่าล่ะรู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่แถวนี้"
"ไอ้ตัวดำๆ นั่นน่ะ ของนายเหรอ"
มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แล้วก็ถามออกไปแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยด้วย จริงๆแล้วจียงเป็นคนมีมารยาทนะ แต่เวลานี้กลับไม่รู้เลยว่าควรจะใช้มันยังไง
"ครับ หมาผมเอง ยังไม่ได้สอนมารยาทมันน่ะ ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยที่มันคาบของของคุณมาดื้อๆแบบนี้ และคุณจะเป็นคนใจดีมากถ้าหากจะไม่เอาเรื่องเอาความผมน่ะนะ ฮ่าๆ"
"....."
"คุณคงไม่ได้โทรศัพท์หาตำรวจหรอกใช่มั้ย"
".....อึก เปล่า ฉันแค่.."
"เสียงคุณเหมือนคนรู้จักผมเลยล่ะ"
ก็รู้จักกันไม่ใช่รึไง
จียงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แต่ก็ถูกบดบังด้วยกิ่งก้านสาขาต้องต้นไม้ใหญ่นี่ ตลกนะ ตลกมาก แค่อีกฟากฝั่งของต้นไม้เอง.. ใกล้แค่นี้เอง จากอีกฝั่งของต้นไม้กลายเป็นอีกไม่กี่เซ็นต์ที่นั่งอยู่ใกล้กันบนเก้าอี้ไม้เก่าๆนี้เองนะ
"บรรยากาศครึ้มแฮะๆ"
"นั่งด้วยแค่นี้ไม่เห็นต้องว่ากันเลย"
"ก็พอคุณมานั่งด้วยแล้วมันอึมครึมพิกลอะ ...คงไม่โกรธใช่มั้ยที่หมาผมทำให้คุณลำบากน่ะ"
"ทำไมไม่สอนมันเล่าว่าไม่ให้มาดึงของของคนอื่นไปแบบนี้"
"มันเป็นหมามาจากศูนย์ฝึกแล้วก็ฉลาดแค่เรื่องนำทางเท่านั้นน่ะ ไม่งั้นลองให้ผมเลี้ยงมันตั้งแต่เล็กๆสิ ถ้าเป็นงั้นนะ วันนี้ที่เราเจอกันมันอาจจะคุกเข่าทักทายคุณก็ได้"
"ปัญญาอ่อน"
"เสียงขึ้นจมูกตลกดีนะ ร้องไห้อยู่ล่ะสิ ดีใจที่เจอของแล้วใช่มั้ยล่า"
ริมฝีปากจียงเม้มแน่นเข้าหากันเป็นเส้นตรง เม้มแน่น จนเจ็บระบมไปหมด ภายใต้แว่นกันแดดยังมีน้ำตามากมายไหลออกมาไม่ขาดสาย ชเว ซึงฮยอน.. ทำไมยังเหมือนเดิมได้ขนาดนี้นะ ทำไมถึงไม่เปลี่ยนไป ทำไมยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้ว่า... แม้ว่าที่ยองเบพูด มันจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม
ควอนจียง เกิดมาเพื่อทำให้ซึงฮยอนทรมานและไม่มีความสุขสินะ..
"ขอโทษ"
"ไม่เอาน่า ถึงมันจะฟังดูตลกแต่ก็ไม่ได้ระคายหูอะไรฉันหรอก"
สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้จียงชะงัก มองหน้าคนข้างๆอย่างตะลึง แต่ก็ไม่มีอะไรที่แปลกไป ซึงฮยอน ไม่ได้หันมา ไม่ได้มองหน้าเขา ไม่ได้ทำอะไรเลย แค่มองตรงไปข้างหน้า..ผ่านแว่นกันแดดแฟชั่นสีเข้มเหมือนกัน นี่ยิ่งทำให้ความรู้สึกจุกในอกจียงยิ่งทวีความรุนแรง มันจุกจนไม่รู้จะพูดอะไร ทำได้แค่ปล่อยให้น้ำตาไหลผ่านสองข้างแก้มเท่านั้น แค่นี้เองที่จียงทำให้ซึงฮยอนที่เสียสละเพื่อเขาได้
"มีเรื่องไม่สบายใจก็เล่าได้นะ"
"....."
"ฉันน่ะคนแปลกหน้า ไม่เอาความลับนายไปบอกใครหรอก"
ไม่ เรารู้จักกัน
"นายเคยคิดว่าคนคนหนึ่งที่แค่รู้จักกันและคบกันจะสามารถเสียสละให้คนที่คบกันได้มากแค่ไหน"
"ถ้าคบกันก็หมายถึงว่าต้องรักกันก่อนเป็นพื้นฐาน ฉะนั้นเสียสละได้ทุกอย่างอยู่แล้ว"
"ถึงแม้ตัวเอง.. จะเสียโอกาสดีๆในชีวิต หรือเสียอะไรหลายๆอย่างไปเลยน่ะเหรอ มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง"
"ทะเลาะกับแฟนมาล่ะสิท่า ถึงได้พูดตัดพ้องอแงเหมือนเด็กอย่างนี้น่ะ" ซึงฮยอนก้มหน้าหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะถอดแว่นตาออกและหันหน้าเข้ามาหาจียง "เป็นไปได้สิ ฉันน่ะ...มอบแสงสว่างให้คนคนนึงที่ฉันรัก แต่เค้าไม่รู้หรอกว่าฉันรัก แต่เอาเป็นว่าฉันยอมให้ทุกอย่างถ้าจะทำให้เค้ามีความสุข ไม่เข้าใจเหรอว่าการที่รู้ว่าคนที่รักมีความสุข รู้ว่าตอนนี้เค้ายิ้มได้ แค่นี้ก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วล่ะ"
Baby I'm so sorry
ขอให้เธอมีความสุข
Baby I'm so sorry
ถ้าเพียงแค่เธอยิ้ม
ฉันก็ไม่เป็นไร
"จะทำไปเพื่ออะไร ในเมื่อมันจะทำให้นายไม่สามารถมองเห็นรอยยิ้มของคนคนนั้นได้อีก!"
"สงสัยจะทะเลาะกันหนักแฮะ พูดขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจอีก"
"นายรู้ได้ยังไงว่าสิ่งที่นายยอมเสียไปมันจะทำให้คนที่นายรักมีความสุข นายรู้ได้ยังไงว่าเค้าจะยิ้มในสิ่งที่นายทำ... ฮึก"
แล้วถ้าได้รู้ว่าสิ่งที่นายยอมเสียสละมาทั้งหมด กลับทำให้คนที่นายรักร้องไห้แบบนี้ นายจะทำยังไงต่อไปล่ะ บอกมาสิซึงฮยอน
"แม้ฉันจะตาบอดและมองไม่เห็น แต่สักวันเค้าจะยิ้ม ฉันเชื่อ" รอยยิ้มที่เคยมีให้จียงคนเดียว ตอนนี้มันก็ยังเป็นอย่างนั้น รอยยิ้มจากใบหน้าคมของซึงฮยอน.. "เอ่อ ดูเหมือนนายจะนั่งทับของสำคัญของฉันนะ ช่วยลุกดูให้หน่อยสิ"
มือใหญ่คลำเปะปะไปทั่วตัว ล้วงดูในกระเป๋าเสื้อโค้ททั้งสองข้างแต่ก็ว่างเปล่า ในกระเป๋ากางเกงก็ไม่มีจึงต้องร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่นั่งอยู่ข้างๆ จียงปาดน้ำตาก่อนจะลุกขึ้นงงๆ จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ยังคงถูกบดบังด้วยกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ มืออันสั่นเทาหยิบ 'ของสำคัญ' ส่งคืนซึงฮยอนช้าๆ คนตัวใหญ่สะดุ้งก่อนจะรับมันมาอย่างนุ่มนวล แล้วใบหน้าคมก็ระบายยิ้มน้อยๆ อีกครั้ง
เพียงแค่เธอรักษารอยยิ้มนั้นไว้
ถึงฉันจะเจ็บปวด แต่ก็ไม่เป็นไร
ตอนนี้จียงอยากยิ้ม ยิ้มให้ได้อย่างที่ซึงฮยอนเชื่อ...
"คนในรูปยิ้มน่ารักมั้ย"
"ฉันว่ารูปนี้มันดูตลก"
"อือ พูดเหมือนกันเด๊ะเลยแฮะ ฉันว่าก็ไม่แย่เท่าไหร่นะ"
"ทำไมนายถึงชอบรูปนี้..."
ซึงฮยอนวางรูปถ่ายใบกลางลงบนฝ่ามือซ้าย ปลายนิ้วทั้งห้าจากมือขวาค่อยๆลูบอย่างแผ่วเบาไปที่รูปใบนั้น "รูปแฟนน่ะ ตอนนั้นเราไปทะเลกัน แล้วฉันก็แอบถ่าย เค้าบอกให้ฉันลบมันทิ้งซะแต่เรื่องอะไรจะลบ ดูดีๆสิ เด็กผู้ชายผมม้า ใส่หมวกสานกับเสื้อแขนยาวสีขาวตัดกับลายทางสีม่วงอมน้ำเงินแล้วก็กางเกงสีเขียว นั่งอยู่บนรถ มีพื้นหลังเป็นท้องฟ้าแบ่งชั้นกับทะเลสีคราม แล้วช็อตเด็ดน่ะ อยู่ที่ยิ้มนี้เลยนะรู้มั้ย"
รูปที่ถ่ายกับเธอ
ไม่สามารถขว้างทิ้ง ทำได้แต่มองมัน
บางทีถ้านี่ไม่ใช่เธอ
ฉันอาจจะมีความรักครั้งที่สองได้
ทำไมถึงจำได้
มองไม่เห็นไม่ใช่รึไง
ทำไมถึงพูดเหมือนนายกำลังมองมันอยู่ล่ะ
ทำไมนะ..
ถึงจะเริ่มแสบตาแต่จียงไม่สนใจ ไม่สนใจมันอีกแล้ว ไม่สนใจว่าที่นี่คือที่ไหน ไม่สนใจว่าใครจะว่ายังไง หยุดยืนอยู่ตรงหน้าคนที่ยังคงถือรูปและกำลังยิ้มอยู่ ถอดแว่นออกแล้วก้มตัวลงจนใบหน้าของทั้งคู่อยู่ในระดับสายตา เอียงดวงหน้าลงน้อยๆ
...และประทับจูบเบาๆลงไป
"....."
อยากไหลก็ไหลไป น้ำตาน่ะ ไหลออกมาให้หมดยิ่งดี
เพราะเขาจะได้ยิ้มให้ซึงฮยอนสักที
"เป็นนายจริงๆใช่มั้ย....จียง"
"นายเห็นฉันมั้ย"
"....."
"ฮึก เห็นฉันกำลังยิ้มให้นายอยู่มั้ย"
อ้อมกอดที่อบอุ่นเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในตอนนี้
ตอนที่เราทั้งคู่กำลังร้องไห้อยู่ด้วยกัน
"เห็นสิ เห็นอยู่แล้ว..
.
.
เพราะนายคือแสงสว่างของฉัน"
ถ้าเพียงแค่เธอยิ้ม
ฉันก็ไม่เป็นไร
TO BE CONTINUE
หมายเห็ด : Lyrics Credit : Melon.com Korean to Thai trans : Cute*JJ@bigbangthailand
- อินสไปเรชั่นของเรื่องนี้คือเพลงเบ้เลยนะ แล้วก็แฟนเมดอันนั้นแหละ ทำเราร้องไห้หนักมาก คือคิดว่าชีวิตคนเรามันมีจริงๆเหรอวะที่จะเสียสละดวงตาให้ใครคนนึงโดยหวังแค่ให้เค้ามองเห็นอีกครั้ง ส่วนตัวเองมืดบอดไปตลอดชีวิต แล้วพอมาดูเนื้อเพลงที่แปล ยิ่งไปกันใหญ่ แบบ ทำไมมันเศร้างี้วะ T_T
- แต่เราอาจจะทำพลาดตรงที่เอารูปจียงมาแปะเนี่ยแหละ! เพราะรูปจียง ยิ้มแบบ.. เอ่อ ฟันเหยินนะแกเนี่ย อ่านอยู่ดีๆ จะหลุดขำก็ไม่ว่านะ กร๊ากกกกก แต่มันน่ารักนะรูปเน้ เห็นแล้วอยากดึงหน้ามันอะ
- เจอกันตอนจบค่า

"กูเสียซึงฮยอนไปแล้ว ยังจะให้กูเสียความทรงจำดีๆไปอีกเหรอ ทำไมมึงทำกับกูแบบนี้ยองเบ"
.
.
แต่สุดท้ายก็ไม่รอด..ฮึก!
ทำไมรู้สึกเหมือนโป้มันรู้เลยว่าเป็นจียง
โป้มันรู้แต่แรกแล้วใช่มั้ยอะ..มันเศร้านะ
เพราะคำว่านายคือแสงสว่างของชั้นทำเราร้องไห้
โป้มันจะดีเกินไปแล้วนะ...ดีเกินไปจริง
ถึงมันจะมีความสุข..แต่เราเศร้าอะ..เศร้าจริงๆนะ
#1 By tanoi on 2009-10-25 16:54